Stablecoin คืออะไร? รู้จัก USDT, USDC และเหรียญมูลค่าคงที่ที่นักลงทุนไทยต้องใช้

Stablecoin คืออะไร เป็นคำถามแรกที่นักลงทุนคริปโตมือใหม่ควรเข้าใจ เพราะเหรียญมูลค่าคงที่อย่าง USDT และ USDC กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการซื้อขาย พักเงิน และทำธุรกรรมบนโลกดิจิทัล บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ความหมาย กลไกการทำงาน ประโยชน์ ความเสี่ยง ไปจนถึงการกำกับดูแลในประเทศไทย

Table of Contents

Stablecoin คืออะไร ทำไมจึงเรียกว่าเหรียญมูลค่าคงที่

Stablecoin คือสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกออกแบบมาให้รักษามูลค่าให้คงที่เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อ้างอิง โดยส่วนใหญ่ผูกกับเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1 เหรียญต่อ 1 ดอลลาร์ จุดนี้ทำให้ต่างจากบิทคอยน์ที่ราคาขึ้นลงรุนแรงในระยะสั้น

ด้วยราคาที่นิ่งกว่า เหรียญกลุ่มนี้จึงทำหน้าที่เหมือนเงินสดบนโลกบล็อกเชน หากต้องการภาพรวมว่าสกุลเงินดิจิทัลแบ่งเป็นกลุ่มใดบ้าง สามารถอ่านเพิ่มได้ที่บทความ Cryptocurrency คืออะไร และประเภทคริปโทเคอร์เรนซี

ประเด็นสำคัญ

  • Stablecoin คืออะไร: คริปโทเคอร์เรนซีที่ตรึงมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิง ส่วนใหญ่คือเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1:1
  • USDT และ USDC เป็นเหรียญมูลค่าคงที่ที่ใหญ่ที่สุด และ ก.ล.ต. ไทยเพิ่มทั้งสองเหรียญในบัญชีรายชื่อที่ประกาศกำหนดตั้งแต่มีนาคม 2568
  • ใช้พักเงินระหว่างเทรด โอนเงินข้ามประเทศ และทำธุรกรรม DeFi แต่ยังมีความเสี่ยงหลุดตรึงและความเสี่ยงจากผู้ออกเหรียญ

กลไกการตรึงมูลค่า (Peg) ทำงานอย่างไร

การตรึงมูลค่าหรือ Peg หมายถึงการผูกราคาเหรียญเข้ากับสินทรัพย์อ้างอิงแบบคงที่ ผู้ออกเหรียญต้องถือสินทรัพย์สำรอง เช่น เงินสดหรือพันธบัตรรัฐบาล ให้ครอบคลุมจำนวนเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ

ตัวอย่างเช่น หากบริษัทออกเหรียญ 100 เหรียญ ก็ควรมีเงินสำรองราว 100 ดอลลาร์รองรับ เมื่อผู้ใช้ขอแลกเหรียญคืนเป็นเงินจริง บริษัทจึงสามารถจ่ายคืนได้ตามมูลค่าที่ตรึงไว้

ประเภทของ Stablecoin แบ่งตามสินทรัพย์ที่ใช้หนุน

แม้เป้าหมายคือราคาคงที่เหมือนกัน แต่ Stablecoin แต่ละแบบใช้กลไกรองรับมูลค่าต่างกัน การเข้าใจประเภทเหล่านี้ช่วยให้ประเมินความเสี่ยงของแต่ละเหรียญได้ถูกต้อง

1. หนุนด้วยสกุลเงิน Fiat (Fiat-Backed)

เป็นรูปแบบที่นิยมที่สุด ผู้ออกถือเงินสด พันธบัตรรัฐบาล หรือสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสดเป็นหลักประกันในอัตรา 1:1 ตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือ USDT และ USDC

2. หนุนด้วยคริปโทเคอร์เรนซี (Crypto-Backed)

ใช้คริปโทอื่น เช่น Ethereum วางเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันผ่านสมาร์ทคอนแทรกต์ และมักต้องวางค้ำเกินมูลค่าเหรียญที่ออก เพื่อรองรับความผันผวน ตัวอย่างเช่น DAI

3. หนุนด้วยสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity-Backed)

ผูกมูลค่ากับสินทรัพย์จับต้องได้ เช่น ทองคำ ตัวอย่างคือ PAX Gold (PAXG) ซึ่ง 1 เหรียญเทียบมูลค่ากับทองคำ 1 ทรอยออนซ์

4. แบบอัลกอริทึม (Algorithmic)

ใช้อัลกอริทึมปรับเพิ่มหรือลดจำนวนเหรียญในระบบเพื่อรักษาราคา แทนการถือสินทรัพย์สำรองจริง รูปแบบนี้มีความเสี่ยงสูง ดังเห็นได้จากกรณี TerraUSD (UST) ที่ล้มเหลวในปี 2022

รู้จัก USDT และ USDC เหรียญมูลค่าคงที่ที่นักลงทุนนิยมที่สุด

ในปี 2025 ตลาด Stablecoin ทั่วโลกมีมูลค่ารวมกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย USDT และ USDC เป็นสองเหรียญที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด และเป็นเหรียญที่นักลงทุนไทยพบเจอบ่อยที่สุดบนกระดานเทรด

USDT (Tether) คืออะไร

USDT ออกโดยบริษัท Tether Limited ตั้งแต่ปี 2014 ถือเป็น Stablecoin เหรียญแรกและมีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าหมุนเวียนอยู่ราว 184,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายปี 2025

จุดเด่นของ USDT คือสภาพคล่องสูงและถูกใช้เป็นคู่เทรดหลักบนกระดานเทรดแทบทุกแห่ง โดยมีสินทรัพย์สำรองเป็นเงินสด พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และสินทรัพย์อื่น

USDC (USD Coin) คืออะไร

USDC ออกโดยบริษัท Circle ในปี 2018 ภายใต้เครือข่าย Centre ที่ร่วมมือกับ Coinbase โดยสินทรัพย์สำรองประกอบด้วยเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้น

จุดเด่นของ USDC คือความโปร่งใส เพราะมีการเปิดเผยรายงานสินทรัพย์สำรองที่ผู้สอบบัญชีอิสระตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน จึงได้รับความนิยมจากนักลงทุนสถาบัน

เปรียบเทียบ USDT กับ USDC

ตารางต่อไปนี้เปรียบเทียบคุณสมบัติหลักของ USDT และ USDC สองเหรียญมูลค่าคงที่ที่ได้รับความนิยมสูงสุด

หัวข้อUSDTUSDC
ผู้ออกเหรียญTether LimitedCircle (เครือข่าย Centre)
ปีที่เปิดตัว20142018
สินทรัพย์สำรองเงินสด พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และสินทรัพย์อื่นเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้น
จุดเด่นสภาพคล่องสูงสุด เป็นคู่เทรดหลักทั่วโลกโปร่งใส มีรายงานสำรองตรวจสอบทุกเดือน
ตำแหน่งในตลาดStablecoin ที่ใหญ่ที่สุดStablecoin อันดับสอง

จากตารางจะเห็นว่าเหรียญทั้งสองตรึงกับดอลลาร์สหรัฐเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ผู้ออกและแนวทางการเปิดเผยข้อมูลสินทรัพย์สำรอง

Stablecoin มีประโยชน์อย่างไรต่อนักลงทุนไทย

นักลงทุนไทยใช้เหรียญมูลค่าคงที่หลากหลายวัตถุประสงค์ ทั้งในฐานะเครื่องมือบริหารเงินและช่องทางทำธุรกรรม ประโยชน์หลักมีดังนี้

  • พักเงินระหว่างการเทรดเพื่อเลี่ยงความผันผวน โดยไม่ต้องถอนกลับเป็นเงินบาท
  • ใช้เป็นคู่เทรดหลักในการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีอื่นบนกระดานเทรด
  • โอนเงินข้ามประเทศได้รวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยค่าธรรมเนียมต่ำกว่าช่องทางธนาคารแบบเดิม
  • นำไปใช้บริการทางการเงินบน DeFi เช่น การฝากรับดอกเบี้ยหรือการให้กู้ยืม

การถือเหรียญกลุ่มนี้จำเป็นต้องมีกระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับจัดเก็บ มือใหม่สามารถศึกษาวิธีเริ่มต้นได้จากบทความ วิธีสร้าง Crypto Wallet ฉบับมือใหม่ ซึ่งอธิบายขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนถึงการดูแลความปลอดภัย

ความเสี่ยงและข้อควรระวังของเหรียญมูลค่าคงที่

แม้ชื่อจะสื่อว่ามูลค่าคงที่ แต่ Stablecoin ไม่ได้ปลอดจากความเสี่ยง ผู้ใช้ควรเข้าใจความเสี่ยงสำคัญต่อไปนี้ก่อนถือครอง

ความเสี่ยงมูลค่าหลุดตรึง (Depeg)

ราคาอาจหลุดจาก 1 ดอลลาร์ได้ในภาวะวิกฤต เช่น กรณี USDC ในเดือนมีนาคม 2023 เมื่อธนาคาร Silicon Valley Bank ล้มละลาย ราคาร่วงไปแตะราว 0.88 ดอลลาร์ชั่วคราวก่อนฟื้นกลับ และกรณี TerraUSD (UST) ในปี 2022 ที่ราคาพังทลายจนแทบไร้มูลค่า

ความเสี่ยงจากผู้ออกเหรียญและสินทรัพย์สำรอง

ผู้ถือต้องเชื่อมั่นว่าผู้ออกมีเงินสำรองครบถ้วนและตรวจสอบได้จริง จึงควรเลือกเหรียญที่เปิดเผยรายงานสำรองสม่ำเสมอ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ชัดเจน

ความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ

ในประเทศไทยมีรายงานการนำ USDT ไปเกี่ยวข้องกับช่องทางหลอกลวง เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์และแพลตฟอร์มลงทุนเถื่อน เนื่องจากเหรียญโอนง่ายและติดตามยาก ผู้ใช้จึงควรซื้อขายผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น

กฎหมายไทยกับ Stablecoin กำกับดูแลอย่างไร

สำนักงาน ก.ล.ต. ของไทยได้เพิ่ม USDT และ USDC เข้าสู่บัญชีรายชื่อคริปโทเคอร์เรนซีที่ประกาศกำหนด เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2568 ทำให้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตสามารถใช้เหรียญทั้งสองเป็นคู่เทรดได้อย่างถูกต้อง

ส่วนในต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาผ่านกฎหมาย GENIUS Act ในปี 2025 เพื่อกำกับดูแลผู้ออก Stablecoin อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านสินทรัพย์สำรองและการเปิดเผยข้อมูล นักลงทุนไทยที่ต้องการภาพรวมกฎหมายและการใช้งานในประเทศสามารถอ่านต่อได้ที่ คริปโตคืออะไร และการใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย

Stablecoin ต่างจาก CBDC อย่างไร

Stablecoin ออกโดยบริษัทเอกชนและใช้สินทรัพย์สำรองรองรับมูลค่า ขณะที่ CBDC เป็นเงินดิจิทัลที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศออกโดยตรง ทั้งสองมีโครงสร้างและวัตถุประสงค์ต่างกัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ CBDC คืออะไร ออกโดยธนาคารอะไร

บทสรุป

สรุปได้ว่า Stablecoin คืออะไร คือสกุลเงินดิจิทัลที่ตรึงมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิงเพื่อรักษาราคาให้คงที่ โดย USDT และ USDC เป็นเหรียญมูลค่าคงที่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดและถูกกำกับดูแลในประเทศไทยแล้ว เหรียญกลุ่มนี้ช่วยทั้งการพักเงิน การเทรด และการโอนเงิน แต่ผู้ใช้ยังต้องระวังความเสี่ยงหลุดตรึง ความเสี่ยงจากผู้ออก และมิจฉาชีพ การเริ่มต้นที่ปลอดภัยคือเลือกใช้บริการผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตและศึกษาข้อมูลก่อนทุกครั้ง

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ รวมถึงตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมายได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)