ทำความรู้จัก DeFi คืออะไร ธุรกรรมการเงินของ DeFi มีอะไรบ้าง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงว่า DeFi คือ ระบบการเงินแบบใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงินเป็นตัวกลาง แต่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะในการจัดการธุรกรรมแทน 

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า DeFi คืออะไร แตกต่างจากการเงินแบบดั้งเดิมอย่างไร และธุรกรรมการเงินของ DeFi มีอะไรบ้าง ที่ผู้ใช้งานสามารถทำได้จริงบนบล็อกเชน

อ้างอิง: orbix 

ทำความรู้จัก DeFi คืออะไร 

DeFi (Decentralized Finance) คือระบบการเงินแบบกระจายศูนย์บนบล็อกเชน ที่ให้ผู้ใช้ทำธุรกรรมกันได้โดยตรงโดยไม่ต้องมีตัวกลาง 

เช่น ธนาคารหรือโบรกเกอร์ โดยใช้สัญญาอัจฉริยะ (smart contracts) ในการควบคุมเงื่อนไขต่างๆ

ระบบนี้ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าถึงได้ทั่วโลกผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต และเป็นการจำลองบริการทางการเงินแบบดั้งเดิมให้อยู่บนบล็อกเชนแทน

องค์ประกอบสำคัญในระบบ DeFi

ตารางด้านล่างช่วยสรุปให้เห็นว่าในโลกของดีไฟนั้น ธุรกรรมการเงินของ DeFi มีอะไรบ้าง แบ่งตามประเภทโปรโตคอลหลักที่มักพบในตลาด

องค์ประกอบคำอธิบายตัวอย่างธุรกรรม
Decentralized Exchange (DEX)แลกโทเคนไร้ตัวกลางสwap โทเคนเป็นอีกโทเคน
Lending / Borrowing Protocolกู้–ให้กู้คริปโตมีหลักประกันฝากเหรียญรับดอกเบี้ย หรือกู้เหรียญ
Stablecoin และสินทรัพย์อ้างอิงโทเคนตรึงมูลค่า ลดผันผวนใช้โอนเงิน หรือถือกันความเสี่ยง
Yield Farming / Liquidity Poolฝากเหรียญให้สภาพคล่อง รับผลตอบแทนฝากในพูล DEX รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม
Derivatives / Synthetic Assetsตราสาร/โทเคนอิงราคาสินทรัพย์อื่นเทรดสัญญาที่อิงราคาคริปโตหรือสินทรัพย์ภายนอก

ธุรกรรมการเงินของ DeFi มีอะไรบ้าง 

อ้างอิง: mtrading

มาถึงหัวใจของบทความ ธุรกรรมการเงินของ DeFi มีอะไรบ้าง โดยแบ่งตามลักษณะการใช้งานหลัก 4 กลุ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงเนื้อหาซ้ำและให้แต่ละกลุ่มมีขอบเขตชัดเจน

การแลกเปลี่ยนโทเคนบน DEX

ธุรกรรมแรกใน DeFi มักคือการสลับโทเคนผ่าน DEX โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางหรือฝากเหรียญก่อน การเทรดเกิดผ่าน liquidity pool แทน order book 

ทำให้การจัดการสภาพคล่องเป็นหัวใจสำคัญของ DEX และนำไปสู่การให้สภาพคล่องต่อไป

การกู้ยืมและให้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล

บริการถัดมาใน DeFi คือการกู้ยืมและให้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ใช้ฝากเหรียญเพื่อรับดอกเบี้ย หรือใช้ค้ำประกันเพื่อกู้เหรียญอื่น 

โดยมีสมาร์ตคอนแทรกต์กำหนดกติกาอัตโนมัติแทนธนาคาร เช่น หลักประกัน ดอกเบี้ย และการชำระหนี้

Yield Farming และการให้สภาพคล่อง

การฝากเหรียญในพูลสภาพคล่องเพื่อรับผลตอบแทนเรียกว่า Yield Farming โดยผู้ใช้จะนำเหรียญไปฝากในโปรโตคอลเพื่อให้ผู้อื่นนำไปแลกเปลี่ยนหรือกู้ยืม

ผลตอบแทนมาจากค่าธรรมเนียมการเทรดหรือโทเคนรางวัลเพิ่มเติม ทำให้ DeFi เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เป็นผู้ให้สภาพคล่องได้เอง คล้ายบทบาทธนาคารที่นำเงินฝากไปปล่อยกู้ในระบบการเงินดั้งเดิม

สินทรัพย์อ้างอิง Stablecoin และอนุพันธ์

กลุ่มสุดท้ายของ DeFi คือสินทรัพย์อ้างอิง เช่น Stablecoin, สินทรัพย์สังเคราะห์ และอนุพันธ์ ที่ออกแบบมาเพื่อลดความผันผวนหรืออิงมูลค่าจากสินทรัพย์อื่น

เช่น Stablecoin ใช้โอนเงินหรือค้ำประกัน ส่วนสินทรัพย์สังเคราะห์อิงราคาหุ้นหรือสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้ DeFi รองรับสินทรัพย์ได้หลากหลายมากขึ้น

DeFiแตกต่างจากการเงินแบบดั้งเดิมอย่างไร 

ตารางนี้สรุปความต่างระหว่างระบบที่เราเรียกว่า DeFi คือ การเงินแบบกระจายศูนย์ กับการเงินแบบดั้งเดิม

หัวข้อDeFiการเงินแบบดั้งเดิม
ตัวกลางและการควบคุมเงินผู้ใช้ถือคีย์เอง ลดตัวกลาง DeFi คือ การเงินบนโค้ดธนาคาร/สถาบันควบคุมและถือเงิน
การบันทึกและความโปร่งใสบล็อกเชนสาธารณะ ตรวจสอบได้ฐานข้อมูลปิด เห็นแค่บัญชีตัวเอง
การเข้าถึงบริการกระเป๋าเงิน+เน็ต เข้าถึงง่าย มองว่า DeFi คือ ช่องทางเปิดต้องเปิดบัญชีและยืนยันตัวตน
ความเร็วและเวลาให้บริการ24 ชั่วโมง ธุรกรรมรวดเร็วผูกกับเวลาทำการ บางรายการช้า
ค่าธรรมเนียมยืดหยุ่น แปรผันตามเครือข่ายโครงสร้างคงที่ แต่โอน/บริการพิเศษแพง
กฎระเบียบและการคุ้มครองกฎหมายยังพัฒนา ผู้ใช้รับความเสี่ยงของ ธุรกรรมการเงินของ DeFi เองมีกำกับดูแลและคุ้มครองลูกค้า
การช่วยเหลือผู้ใช้แทบไม่มีซัพพอร์ต แก้ผิดพลาดยากมีสาขาและ Call Center ช่วยเหลือ

วิธีเริ่มต้นใช้งาน DeFi แบบเป็นขั้นตอน

ด้านล่างเป็นตัวอย่างลำดับขั้นตอนเบื้องต้นที่มักถูกแนะนำสำหรับผู้ที่อยากทดลองใช้งานเมื่อเริ่มสนใจว่า DeFi คือ อะไรในเชิงปฏิบัติ

  1. ศึกษาพื้นฐาน DeFi เช่น บล็อกเชน สัญญาอัจฉริยะ และความเสี่ยง
  2. เลือกกระเป๋าเงินดิจิทัลและโอนเหรียญจำนวนเล็กน้อยเพื่อทดลอง
  3. เริ่มจากธุรกรรมง่ายๆ เช่น แลกเปลี่ยนบน DEX หรือฝากรับดอกเบี้ย

อ้างอิง: siamblockchain

ข้อดีและความเสี่ยงที่ควรรู้เกี่ยวกับ DeFi

ประเด็นสำคัญสามารถแบ่งออกได้เป็นข้อดีและความเสี่ยงดังต่อไปนี้

ข้อดีของ DeFi 

DeFi มีข้อดีสำคัญ ได้แก่

  • เข้าถึงง่าย ไม่มีตัวกลาง ใช้แค่อินเทอร์เน็ตก็ทำธุรกรรมได้
  • โปร่งใส ตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลังได้บนบล็อกเชน
  • ใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
  • ผลตอบแทนสูงจากการฝากหรือลงทุน เช่น Yield Farming, Staking

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงที่ควรรู้สามารถสรุปได้ดังนี้

  • ความผันผวนของราคาเหรียญสูง อาจขาดทุนเร็ว
  • ความเสี่ยงจากช่องโหว่ Smart Contract ถูกแฮกได้
  • กฎระเบียบยังไม่ชัดเจน อาจเปลี่ยนแปลงกระทบผู้ใช้
  • Impermanent Loss สำหรับผู้ให้สภาพคล่องใน Liquidity Pool

สรุปภาพรวม DeFi 

DeFi คือระบบการเงินไร้ตัวกลางบนบล็อกเชนที่ใช้สัญญาอัจฉริยะควบคุมธุรกรรม แทนสถาบันการเงิน โดยมีบริการหลัก 

เช่น การแลกเปลี่ยนโทเคนผ่าน DEX การกู้ยืม การใช้ Stablecoin รวมถึง Yield Farming และการให้สภาพคล่อง

ผู้เริ่มต้นควรเริ่มจากความเข้าใจพื้นฐาน เลือกธุรกรรมง่า ๆ และคำนึงถึงความเสี่ยง เพื่อค่อยๆ เรียนรู้และใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของตนเอง