Cryptocurrency คืออะไร ประเภทคริปโทเคอร์เรนซี มีอะไรบ้าง และการซื้อขายคริปโต

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มสนใจโลกคริปโต แล้วสงสัยว่า Cryptocurrency คืออะไร ต่างจากเงินสดที่ใช้ทุกวันอย่างไร มีกี่แบบ และเริ่มต้นอย่างไร 

บทความนี้จะพาไปรู้จักพื้นฐานของ คริปโทเคอร์เรนซี ตั้งแต่แนวคิด เทคโนโลยีเบื้องหลัง ไปจนถึงภาพรวมของประเภทคริปโตและแนวทางเบื้องต้นของ การซื้อขายคริปโต เพื่อให้เห็นภาพชัดก่อนตัดสินใจศึกษาเชิงลึกต่อไป

อ้างอิง: DriteStudio 

ทำความเข้าใจ Cryptocurrency คือ อะไร

คริปโทเคอร์เรนซีคือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องพึ่งธนาคาร ผู้ใช้สามารถโอนมูลค่าหากันได้โดยตรงผ่านอินเทอร์เน็ต 

จุดเด่นอยู่ที่การใช้การเข้ารหัสและบล็อกเชนในการบันทึกธุรกรรมแบบโปร่งใส แก้ไขยาก และไม่ถูกควบคุมโดยหน่วยงานเดียว แต่ดูแลร่วมกันทั่วโลก

พื้นฐาน Cryptocurrency Concepts ที่ควรรู้

แนวคิดสำคัญของ Cryptocurrency Concepts มีอยู่หลายด้าน เช่น การใช้ระบบบล็อกเชน (Blockchain) ในการจดบันทึกธุรกรรม 

การใช้กลไกฉันทามติ (Consensus) เพื่อให้เครือข่ายตกลงร่วมกัน ว่าข้อมูลใดถูกต้อง และการใช้รหัสลับเพื่อป้องกันการปลอมแปลง ทำให้คริปโทเคอร์เรนซีสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางแบบเดิม

บล็อกเชนและการเข้ารหัสในโลกคริปโต

บล็อกเชนเป็นหัวใจของคริปโทเคอร์เรนซี เป็นเทคโนโลยีบันทึกข้อมูลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ธุรกรรมถูกเก็บในบล็อก แล้วเชื่อมต่อกันตามลำดับเวลาเป็นโซ่ 

แต่ละบล็อกใช้การเข้ารหัสป้องกันการแก้ไขย้อนหลัง หากมีการเปลี่ยนแปลงเพียงจุดเดียว ระบบจะตรวจจับได้ทันที ทำให้มีความปลอดภัยและยึดหลักกระจายศูนย์

Cryptocurrency มีอะไรบ้าง ในภาพรวมของตลาด

เมื่อสำรวจว่า Cryptocurrency มีอะไรบ้าง จะพบว่ามีหลายพันรายการ แต่สามารถแบ่งเป็นหมวดหลักตามการใช้งานเพื่อให้เข้าใจง่าย 

เช่น เหรียญเงินดิจิทัลทั่วไป เหรียญแพลตฟอร์มสำหรับสัญญาอัจฉริยะ เหรียญเสถียรค่าที่ผูกกับเงินปกติ และเหรียญเฉพาะด้านอย่าง DeFi หรือเกม ซึ่งช่วยให้เห็นภาพรวมของประเภทคริปโตในตลาดปัจจุบัน

อ้างอิง: trustetc

Cryptocurrency มีกี่ประเภท

ถ้าต้องตอบแบบย่อว่า Cryptocurrency มีกี่ประเภท คำตอบอาจแตกต่างกันไปตามเกณฑ์ที่ใช้แบ่ง แต่สำหรับผู้เริ่มต้น สามารถมองแบบง่ายๆ ได้ประมาณ 4–5 กลุ่มหลักตามด้านล่างนี้ 

  • เหรียญสกุลเงินดิจิทัลทั่วไป เช่น Bitcoin ที่เน้นใช้โอนมูลค่า
  • เหรียญแพลตฟอร์มและสัญญาอัจฉริยะ เช่น Ethereum ที่ใช้สร้างแอปกระจายศูนย์
  • Stablecoin เหรียญเสถียรค่าที่ผูกกับเงินดอลลาร์หรือสินทรัพย์อื่น
  • เหรียญในระบบนิเวศเฉพาะ เช่น DeFi, เกม หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่าย

ตารางตัวอย่างประเภทคริปโทเคอร์เรนซี

ตารางด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างง่ายๆ เพื่อให้เห็นว่าประเภทของ คริปโทเคอร์เรนซี แต่ละแบบใช้งานแตกต่างกันอย่างไร 

ประเภทคริปโตตัวอย่างเหรียญจุดเด่นการใช้งาน
สกุลเงินดิจิทัลทั่วไปBitcoin (BTC), Litecoin (LTC)ใช้เก็บมูลค่าและโอนเงินแบบไร้ตัวกลาง
แพลตฟอร์มและ Smart ContractEthereum (ETH), Solana (SOL)ใช้สร้างแอป DeFi, NFT และโปรเจกต์ต่างๆ
Stablecoin เสถียรค่าUSDT, USDCราคาผูกกับสกุลเงินหรือสินทรัพย์อ้างอิง ลดความผันผวน
DeFi และโทเคนระบบนิเวศโทเคนแพลตฟอร์ม DeFi ต่างๆใช้เป็นโทเคนประจำโปรโตคอล เช่น ปกครองระบบหรือรับผลตอบแทน

แพลตฟอร์มเทรดและกระเป๋าเงินดิจิทัล

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การซื้อขายคริปโตเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มเทรดและกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งเชื่อมเงินแบบเดิมกับคริปโต แต่ละแพลตฟอร์มมีเหรียญให้เลือกต่างกัน 

ส่วนกระเป๋าเงินใช้เก็บ คีย์ส่วนตัว เพื่อเข้าถึงเหรียญ ไม่ได้เก็บเหรียญโดยตรง การดูแลคีย์จึงสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้เริ่มต้น

วิธีเริ่มต้นการซื้อขายคริปโต แบบเป็นขั้นตอน

ผู้ที่อยากเริ่มซื้อขายคริปโตควรมีขั้นตอนพื้นฐานเพื่อให้เข้าใจอย่างเป็นระบบ เริ่มจากทำความเข้าใจว่า Cryptocurrency เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูงและไม่การันตีผลตอบแทน 

จากนั้นค่อยศึกษาว่าในตลาดมีเหรียญอะไรบ้าง มีกี่ประเภท และแบบใดที่สอดคล้องกับเป้าหมายของตน

ขั้นตอนเบื้องต้นในการเริ่มเทรด

ลำดับต่อไปนี้เป็นตัวอย่างขั้นตอนพื้นฐานของ การซื้อขายคริปโต ที่มักพบในหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งช่วยให้เห็นภาพการเริ่มต้นใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น

อ้างอิง: LiteFinance 

ศึกษาพื้นฐาน Cryptocurrency Concepts ให้เข้าใจก่อน

เริ่มจากทำความเข้าใจให้ชัดว่า Cryptocurrency คือ อะไร ความเสี่ยงเป็นอย่างไร และหลัก Cryptocurrency Concepts

เลือกแพลตฟอร์มและเปิดบัญชีเทรด

เลือกแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่น่าเชื่อถือและถูกกฎหมาย สมัคร เปิดบัญชี และยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมฝากเงินและเริ่มเทรดจริง

ตั้งค่าความปลอดภัยและเตรียมกระเป๋าเงิน

หลังมีบัญชีแล้ว ควรตั้งค่าความปลอดภัย เช่น รหัสผ่านที่แข็งแรงและยืนยันตัวตน 2 ชั้น รวมถึงศึกษาการใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อเก็บคริปโตอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานของการดูแลคีย์และสิทธิ์การเข้าถึงเหรียญ

ฝากเงินหรือโอนคริปโตเข้าระบบ

เมื่อพร้อมแล้ว ให้ฝากเงินหรือโอนคริปโตจากกระเป๋าอื่นเข้ามา โดยเริ่มจากจำนวนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของตน เพื่อทดลองซื้อขายได้อย่างไม่กดดัน

เริ่มทดลองซื้อขายด้วยคำสั่งพื้นฐาน

ขั้นสุดท้ายคือทดลองซื้อขายคู่เหรียญที่สนใจ โดยเริ่มจากคำสั่งพื้นฐาน เช่น Market Order หรือ Limit Order เพื่อเรียนรู้ระบบ พร้อมทบทวนความเข้าใจเรื่องคริปโตและการบริหารความเสี่ยง

บทสรุป

เมื่อมองย้อนกลับไปที่ Cryptocurrency คือ อะไร จะเห็นว่าเป็นแนวคิดของเงินดิจิทัลที่ใช้บล็อกเชนและการเข้ารหัสเพื่อโอนมูลค่าแบบกระจายศูนย์ 

Cryptocurrency สามารถจัดกลุ่มตามการใช้งาน เช่น เหรียญทั่วไป แพลตฟอร์มสมาร์ตคอนแทรกต์ สเตเบิลคอยน์ และโทเคนต่างๆ

สำหรับผู้เริ่มต้น การเรียนรู้พื้นฐานและความเสี่ยงจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น และใช้เทคโนโลยีนี้ได้เหมาะสมกับเป้าหมายระยะยาว